<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพ &#187; เรื่องน่ารู้</title>
	<atom:link href="https://bits.ac.th/cool-stories/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://bits.ac.th</link>
	<description>Bangkok College of Industrial Technology</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Apr 2026 03:56:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>มารู้จักเลือดของเรากันหน่อย (Our Blood)</title>
		<link>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Mar 2017 03:54:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin2</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bits.ac.th/?p=1909</guid>
		<description><![CDATA[&#160; มีเด็กช่างคิดถามมาว่า &#8220;ถ้าแดร็กคูล่าดูดเลือดผิดหมู่เข้าไป แดร็กคูล่าจะเป็นไรไหม&#8221;      คำตอบ &#8220;ไม่ทราบครับ ยังไม่เคยมีแดร็กคูล่าไปหาหมอเพราะไม่สบายหลังดูดเลือดโดยไม่เช็คหมู่เลือดของเหยื่อก่อน &#8230; แต่สำหรับน้องๆ ควรต้องทำความเข้าใจเรื่องหมู่เลือดไว้บ้างเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยเฉพาะคนที่มีเลือดหมู่พิเศษ &#8221; &#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;- ความสำคัญของเลือด (โลหิต) ภายในเลือดของเรานั้นมีทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และ ก๊าซ เช่น ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้ง เกลือแร่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ยังมีสารจำพวกฮอร์โมน วิตามิน เอนไซม์ และ แอนติบอดี รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้เลือดซึ่งเป็นของเหลวสีแดงจะไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือดทั่วร่างกาย จะมีหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายโดยผ่านเส้นเลือด ในร่างกายมีเลือดอยู่ประมาณ 7 – 8 % ของน้ำหนักตัว เลือดมีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วนคือ น้ำเลือดหรือพลาสมา (plasma) มีประมาณ 55% เซลล์เม็ดเลือด (blood cell) มีประมาณ 45% โดยเม็ดเลือดประกอบด้วย เม็ดเลือดแดง (red blood [...]<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1909">(Visited 1,089 times, 1 visits today)</div>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<p>มีเด็กช่างคิดถามมาว่า &#8220;ถ้าแดร็กคูล่าดูดเลือดผิดหมู่เข้าไป แดร็กคูล่าจะเป็นไรไหม&#8221;     <img alt="dracula" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2017/03/dracula-150x150.jpg" width="54" height="54" /></p>
<p><span id="more-1909"></span>คำตอบ &#8220;ไม่ทราบครับ ยังไม่เคยมีแดร็กคูล่าไปหาหมอเพราะไม่สบายหลังดูดเลือดโดยไม่เช็คหมู่เลือดของเหยื่อก่อน &#8230; แต่สำหรับน้องๆ ควรต้องทำความเข้าใจเรื่องหมู่เลือดไว้บ้างเพื่อประโยชน์ของตนเอง โดยเฉพาะคนที่มี<em><span style="text-decoration: underline;">เลือดหมู่พิเศษ</span> </em>&#8221;</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><b>ความสำคัญของเลือด</b></span><b> </b><b>(</b><b>โลหิต</b><b>)</b><b></b></p>
<p>ภายในเลือดของเรานั้นมีทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และ ก๊าซ เช่น ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้ง เกลือแร่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต นอกจากนี้ยังมีสารจำพวกฮอร์โมน วิตามิน เอนไซม์ และ แอนติบอดี รวมอยู่ด้วย</p>
<p>ทั้งนี้เลือดซึ่งเป็นของเหลวสีแดงจะไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือดทั่วร่างกาย จะมีหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายโดยผ่านเส้นเลือด ในร่างกายมีเลือดอยู่ประมาณ 7 – 8 % ของน้ำหนักตัว เลือดมีองค์ประกอบสำคัญ 2 ส่วนคือ</p>
<ol>
<li>น้ำเลือดหรือพลาสมา (plasma) มีประมาณ 55%</li>
<li>เซลล์เม็ดเลือด (blood cell) มีประมาณ 45% โดยเม็ดเลือดประกอบด้วย เม็ดเลือดแดง (red blood cell) เม็ดเลือดขาว (white blood cell) และเกล็ดเลือด (platelet)</li>
</ol>
<p><b>เม็ดเลือดแดง  </b>มีหน้าที่ขนส่งนำเอาออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายเมื่อหายใจออก  มีลักษณะกลมแบนและมีรอยเว้าตรงกลาง</p>
<p><b>เม็ดเลือดขาว </b>มีหน้าที่ป้องกันและทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย คอยต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ</p>
<p><b>เกล็ดเลือด </b>มีหน้าที่สำคัญในการห้ามเลือด ช่วยทำให้เลือดแข็งตัวและรวมตัวกันอุดบริเวณที่มีการฉีกขาดของหลอดเลือด</p>
<p><b>พลาสมาหรือน้ำเลือด </b>ทำหน้าที่ควบคุมความดันเลือด ปริมาณของเลือด ป้องกันเลือดออก ขนส่งสารอาหารโดยการดูดซึมสารอาหารจากกระเพาะอาหารและลำไส้เข้าสู่กระแสโลหิต แล้วไหลเวียนส่งต่อให้เซลล์เนื้อเยื่อของอวัยวะทั่วร่างกาย</p>
<p><span style="color: #000000;">นอกจากนี้เลือดยังมีหน้าที่รักษาดุลย์ของน้ำและเกลือแร่ รวมทั้งปรับระดับอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ด้วยการไหลเวียนของโลหิตไปทั่วร่างกาย</span></p>
<p><img alt="" src="http://p3.s1sf.com/gu/0/ui/1/7569/262374__19042012041238.jpg" width="192" height="144" />            <img alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/-SO1izBKjFrs/UlK8saxz6PI/AAAAAAAACuo/-cS04jN_EOg/s400/2309_blood_450.jpg" width="280" height="203" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="text-decoration: underline; color: #ff6600;"><strong>หมู่เลือด</strong></span><span style="color: #ff6600;"> (blood type หรือ blood group) </span></p>
<p>คือ การแยกแยะเลือดเป็นหมวดหมู่ โดยทั่วไปที่ใช้มีสองระบบคือ ระบบเอบีโอ (ABO System) และ ระบบอาร์เอช (Rh System) โดยจำแนกตามแอนติเจน (Antigen) บนเม็ดเลือดแดงที่มีอยู่</p>
<p>หมู่เลือดสามารถจำแนกได้มากมายหลายระบบ ซึ่งมากกว่า 20 ระบบ  แต่ระบบหมู่เลือดที่สำคัญที่ทุกคนควรทราบมี 2 ระบบได้แก่</p>
<ol>
<li><strong><span style="color: #000000;">หมู่เลือดระะบบเอบีโอ (ABO System)</span></strong> จะแบ่งออกได้เป็น 4 หมู่ คือ A , B , AB และ O  โดยหมู่เลือด O พบมากที่สุด, A กับ B พบได้มากพอๆ กัน และ AB มีน้อยที่สุด</li>
<li><strong><span style="color: #000000;">ระบบอาร์เอช (Rh System)</span></strong> โดยจะมีสารโปรตีนที่อยู่บนผิวของเม็ดเลือดแดง ซึ่งเรียกว่า แอนติเจน-ดี (Antigen-D) เป็นตัวบ่งบอกหมู่เลือดระบบ Rh (D) แบ่งออกเป็น 2 หมู่คือ
<ul>
<li><em><span style="color: #3366ff;">หมู่เลือด Rh บวก (Rh+ / Rh positive)</span></em> คือหมู่เลือดที่มีแอนติเจน-ดี (Antigen-D) อยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดง ในคนไทยมีหมู่เลือด Rh (D) บวกประมาณ 99.7 % ซึ่งก็คือเกือบทั้งหมดของคนไทยเป็น Rh+</li>
<li><em><span style="color: #3366ff;">หมู่เลือด Rh ลบ (Rh- / Rh negative)</span></em>  คือหมู่เลือดที่ไม่มีแอนติเจน-ดี (Antigen-D) อยู่ที่ผิวของเม็ดเลือดแดง <span style="color: #3366ff;"><em>พวกนี้จะพบได้น้อยมาก</em></span>  โดยในคนไทยพบว่า มีหมู่เลือดนี้เพียง 0.03 % หรือ 1,000 คน จะพบเพียง 3 คนเท่านั้น โดยจะพบมากขึ้นในกลุ่มชาวตะวันตก และชาวไทยซิกข์ แต่ก็ยังถือว่าเป็นเพียงส่วนน้อยมากเท่านั้น ซึ่งเราเรียกว่า <span style="color: #ff0000;">&#8220;หมู่โลหิตหายาก&#8221;</span> หรือ <span style="color: #ff0000;">&#8220;หมู่โลหิตพิเศษ&#8221;</span> นั่นเอง</li>
</ul>
</li>
</ol>
<p>ตัวอย่างการรายงานกลุ่มเลือด เช่น  เลือดกรุ๊ป AB Rh+ จะพบในคนไทยเพียง 7% คือ ในหมื่นคนพบเพียง 700 คน ที่มีเลือดกลุ่มนี้ แต่ถ้าเป็นเลือด AB ็Rh- จะเป็นหมู่เลือดพิเศษซึ่งหายากที่สุด จะพบแค่ 1.5 คน ในหมื่นคนเท่านั้น</p>
<p>มารดาและบุตรในครรภ์ หากกลุ่มเลือด Rh System ไม่ตรงกัน (มีโอกาสเกิดน้อยมากในคนไทย) มีโอกาสทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด</p>
<p><em>ดังนั้น ทุกคนควรทราบว่าตนเองมีหมู่เลือดอะไร  เพราะมีความสำคัญอย่างมากต่อการรับเลือด และการบริจาคเลือดในกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน </em></p>
<p><img class="alignnone  wp-image-1919" alt="เลือด สถิติ 2" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2017/03/เลือด-สถิติ-2.jpg" width="299" height="203" />         <img alt="blood group photo" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2017/03/blood-group-photo2-250x176.jpg" width="250" height="176" /></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong> <span style="text-decoration: underline;">Note</span>:</strong></span>  สำหรับคนที่มี &#8220;หมู่เลือดหายาก&#8221; อย่าเพิ่งตกใจกลัวจนไม่กล้าทำอะไรนะคะ เพราะได้มีการจ้ดตั้งกลุ่มสำหรับผู้ที่มีโลหิดหมู่พิเศษขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือกันหลายกลุ่ม และด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบัน ทำให้การกระจายข่าวและการช่วยเหลือกันทำได้ดีขึ้น กลุ่มเหล่านี้ เช่น</p>
<ul>
<li><span style="color: #3366ff;">Facebook คนกรุ๊ปเลือดหายาก (O Rh-, O negative, AB)  </span><span style="color: #000000;">&#8230; เลือดหมู่ AB Rh+ ก็เป็นเลือดหายากนะคะ</span></li>
<li><span style="color: #3366ff;">ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ Rh-negative Club</span>    http://www.rh-negative.com/history.php</li>
</ul>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>การให้และการรับเลือดในหมู่เลือด</strong></span></p>
<ol>
<li>คนเลือดกรุ๊ป Rh- ต้องรับจาก Rh- เท่านั้น แต่ต้องดูกรุ๊ปเลือดตามระบบ ABO ด้วย (หากคนเลือดกรุ๊ป Rh- รับเลือดจาก Rh+ อาการข้างเคียงจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ในครั้งถัดๆไป)</li>
<li>คนเลือดกรุ๊ป O รับได้จาก O เท่านั้น แต่ให้กับกรุ๊ปอื่นได้ทุกกรุ๊ป</li>
<li>คนเลือดกรุ๊ป AB รับได้จากทุกกรุ๊ป แต่ให้เลือดแก่ผู้อื่นได้เฉพาะคนที่เป็นเลือดกรุ๊ป AB</li>
<li>คนเลือดกรุ๊ป A รับได้จาก A, O ให้ได้กับ A, AB</li>
<li>คนเลือดกรุ๊ป B รับได้จาก B, O ให้ได้กับ B, AB</li>
</ol>
<p><span>ทั้งนี้ </span><span style="color: #ff6600;">คนที่ได้รับเลือดจากกรุ๊ปอื่น จะสามารถรับได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต</span> เพราะถ้าเกิดมีครั้งที่สอง จะทำให้เลือดตกตะกอน และจะมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอขอบคุณ แหล่งที่มา    <span style="color: #000000;"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%95"><span style="color: #000000;">http://th.wikipedia.org/wiki/หมู่โลหิต</span></a>  และ  http://www.medicthai.com/</span><!--more--></p>
<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1909">(Visited 1,089 times, 1 visits today)</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารู้จัก “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” … ตอนที่ 2 AEC กับ การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น</title>
		<link>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81-2/</link>
		<comments>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2013 17:21:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Var</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bits.ac.th/?p=1260</guid>
		<description><![CDATA[ โอกาส หรือ วิกฤต ?  การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้ชัดๆใน AEC โดยอธิบายให้เห็นภาพเข้าใจง่ายๆ เช่น - การลงทุนจะเสรีมากๆ คือ ใครจะลงทุนที่ไหนก็ได้ - ไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว และการบินอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าอยู่กลาง Asean และไทยอาจจะเด่นในเรื่อง การจัดการประชุมต่างๆ, การแสดงนิทรรศการ, ศูนย์กระจายสินค้า และยังเด่นเรื่องการคมนาคมอีกด้วยเนื่องจากอยู่ตรงกลางอาเซียน และการบริการด้านการแพทย์และสุขภาพจะเติบโตอย่างมากเช่นกันเพราะ จะผสมผสานส่งเสริมกันกับอุตสาหกรรรมการท่องเที่ยว (ค่าบริการทางการแพทย์ต่างชาติจะมีราคาสูงมาก) - การค้าขายจะขยายตัวอย่างน้อย 25% ในส่วนของอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น รถยนต์, การท่องเที่ยว, การคมนาคม, แต่อุตสาหกรรมที่น่าห่วงของไทยคือ ที่ใช้แรงงานเป็นหลักเช่น ภาคการเกษตร, ก่อสร้าง, อุตสาหกรรรมสิ่งทอจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากฐานการผลิตอาจย้ายไปประเทศที่ผลิตสินค้าทดแทนได้เช่นอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยผู้ลงทุนอาจย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า เนื่องด้วยบางธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะมากนัก ค่าแรงจึงถูก - เรื่องภาษาอังกฤษจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะมีคนอาเซียน เข้ามาอยู่ในไทยมากมายไปหมด และมักจะพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่จะใช้ภาษาอังกฤษ (AEC มีมาตรฐานแจ้งว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางใน AEC) บางทีเรานึกว่าคนไทยไปทักพูดคุยด้วย แต่เค้าพูดภาษาอังกฤษกลับมา เราอาจเสียความมั่นใจได้   [...]<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1260">(Visited 223 times, 1 visits today)</div>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h5><strong style="font-size: 1.5em;"> โอกาส หรือ วิกฤต ? </strong></h5>
<p><strong>การเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นได้ชัดๆใน AEC โดยอธิบายให้เห็นภาพเข้าใจง่ายๆ เช่น<span id="more-1260"></span></strong></p>
<p>- การลงทุนจะเสรีมากๆ คือ ใครจะลงทุนที่ไหนก็ได้</p>
<p>- ไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว และการบินอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะว่าอยู่กลาง Asean และไทยอาจจะเด่นในเรื่อง การจัดการประชุมต่างๆ, การแสดงนิทรรศการ, ศูนย์กระจายสินค้า และยังเด่นเรื่องการคมนาคมอีกด้วยเนื่องจากอยู่ตรงกลางอาเซียน และการบริการด้านการแพทย์และสุขภาพจะเติบโตอย่างมากเช่นกันเพราะ จะผสมผสานส่งเสริมกันกับอุตสาหกรรรมการท่องเที่ยว (ค่าบริการทางการแพทย์ต่างชาติจะมีราคาสูงมาก)</p>
<p>- การค้าขายจะขยายตัวอย่างน้อย 25% ในส่วนของอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น รถยนต์, การท่องเที่ยว, การคมนาคม, แต่อุตสาหกรรมที่น่าห่วงของไทยคือ ที่ใช้แรงงานเป็นหลักเช่น ภาคการเกษตร, ก่อสร้าง, อุตสาหกรรรมสิ่งทอจะได้รับผลกระทบ เนื่องจากฐานการผลิตอาจย้ายไปประเทศที่ผลิตสินค้าทดแทนได้เช่นอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยผู้ลงทุนอาจย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทยไปยังประเทศที่มีค่าแรงถูกกว่า เนื่องด้วยบางธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะมากนัก ค่าแรงจึงถูก</p>
<p>- <span style="color: #339966;"><strong>เรื่องภาษาอังกฤษจะเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก</strong></span> เนื่องจากจะมีคนอาเซียน เข้ามาอยู่ในไทยมากมายไปหมด และมักจะพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่จะใช้ภาษาอังกฤษ (AEC มีมาตรฐานแจ้งว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางใน AEC) บางทีเรานึกว่าคนไทยไปทักพูดคุยด้วย แต่เค้าพูดภาษาอังกฤษกลับมา เราอาจเสียความมั่นใจได้   ส่วนสิ่งแวดล้อมนั้น ป้ายต่างๆ หนังสือพิมพ์, สื่อต่างๆ จะมีภาษาอังกฤษมากขึ้น (ให้ดูป้ายที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นตัวอย่าง) และจะมีโรงเรียนสอนภาษามากมาย หลากหลายหลักสูตร</p>
<p>- การค้าขายบริเวณชายแดนจะคึกคักอย่างมากมาย เนื่องจาก ด่านศุลกากรชายแดนอาจมีบทบาทน้อยลงมาก แต่จะมีปัญหาเรื่องยาเสพติด และปัญหาสังคมตามมาด้วย</p>
<p>- เมืองไทยจะไม่ขาดแรงงานที่ไร้ฝีมืออีกต่อไปเพราะแรงงานจะเคลื่อย้ายเสรี จะมี ชาวพม่า, ลาว, กัมพูชา เข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น แต่คนเหล่านี้ก็จะมาแย่งงานคนไทยบางส่วนด้วยเช่นกัน  และยังมีปัญหาสังคม, อาชญากรรม จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย อันนี้รัฐบาลควรระวัง</p>
<p>- คนไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ บางส่วนจะสมองไหลไปทำงานเมืองนอก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมซอร์ฟแวร์ (ที่จะให้สิงคโปร์เป็นหัวหอกหลัก) เพราะชาวไทยเก่ง แต่ปัจจุบันได้ค่าแรงถูกมาก อันนี้สมองจะไหลไปสิงคโปร์เยอะมาก แต่พวกชาวต่างชาติก็จะมาทำงานในไทยมากขึ้นเช่นกัน อาจมีชาว พม่า, กัมพูชา เก่งๆ มาทำงานกับเราก็ได้ โดยจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง  บริษัท software ในไทยอาจต้องปรับค่าจ้างให้สู้กับ บริษัทต่างชาติให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดภาวะสมองไหล</p>
<p>- อุตสาหกรรมโรงแรม, การท่องเที่ยว, ร้านอาหาร, รถเช่า บริเวณชายแดนจะคึกคักมากขึ้น เนื่องจากจะมีการสัญจรมากขึ้น และเมืองตามชายแดนจะพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นจุดขนส่ง</p>
<p>- สาธารณูปโภคในประเทศไทย หากเตรียมพร้อมไม่ดีอาจขาดแคลนได้เช่น ชาวพม่า มาคลอดลูกในไทย ก็ต้องใช้โรงพยาบาลในไทยเป็นต้น</p>
<p>- กรุงเทพฯ จะแออัดอย่างหนัก เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นตรงกลางของอาเซียนและเป็นเมืองหลวงของไทย โดยเมืองหลวงอาจมีสำนักงานของต่างชาติมาตั้งมากขึ้น รถจะติดอย่างมาก สนามบินสุวรรณภูมิจะแออัดมากขึ้น (ปัจจุบันมีโครงการที่จะขยายสนามบินแล้ว)</p>
<p>- ไทยจะเป็นศูนย์กลางอาหารโลกในการผลิตอาหาร เพราะ knowhow ในไทยมีเยอะประสบการณ์สูง และบริษัทอาหารในไทยก็แข็งแกร่ง ประกอบทำเลที่ตั้งเหมาะสมอย่างมาก แม้จะให้พม่าเน้นการเกษตร แต่ทางประเทศไทยเองคงไปลงทุนในพม่าเรื่องการเกษตรแล้วส่งออก ซึ่งก็ถือเป็นธุรกิจของคนไทยที่ชำนาญ อยู่แล้ว</p>
<p>- ปัญหาสังคมจะรุนแรงถ้าไม่ได้รับการวางแผนที่ดี เนื่องจาก จะมีขยะจำนวนมากมากขึ้น, ปัญหาการแบ่งชนชั้น ถ้าคนไทยทำงานกับคนต่างชาติที่ด้อยกว่า อาจมีการแบ่งชนชั้นกันได้, จะมีชุมชนสลัมเกิดขึ้น และอาจมี พม่าทาวน์, ลาวทาวน์, กัมพูชาทาวน์, ปัญหาอาจญากรรมจะรุนแรง สถิติการก่ออาชญากรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากชนนั้นที่มีปัญหา, คนจะทำผิดกฎหมายมากขึ้นเนื่องจากไม่รู้กฎหมาย</p>
<p><strong>การขนส่งที่เปลี่ยนแปลง East-West Economic Corridor (EWEC)</strong></p>
<p><a href="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/04/AEC-East-West-Economic-Corridor.jpg" rel="lightbox[1260]" title="AEC East-West-Economic-Corridor"><img alt="AEC East-West-Economic-Corridor" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/04/AEC-East-West-Economic-Corridor-680x258.jpg" width="625" height="237" /></a></p>
<p>จะมีการขนส่งจากท่าเทียบเรือทางทะเลฝั่งขวาไปยังฝั่งซ้าย เวียดนาม-ไทย-พม่า มีระยะทางติดต่อกันโดยประมาณ 1,300 กม.อยู่ในเขตประเทศไทยถึง 950 กม. ลาว 250 กม. เวียนดนาม 84 กม.เส้นทางเริ่มที่ เมืองท่าดานัง ประเทศเวียดนาม ผ่านเมืองเว้และเมืองลาวบาว ผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตในประเทศ ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่ จังหวัดมุกดาหาร ผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จากนั้นเข้าไปยังประเทศพม่าไปเรื่อยๆ ถึงอ่าวเมาะตะมะ ที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง เป็นการเชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่อินเดีย</p>
<p>มันจะมีผลที่ดีคือ การขนส่ง logistic ใน AEC จะพัฒนาอีกมาก และจากการที่ไทยอยู่ตรงกลางทำให้เราขายของได้มากขึ้นเพราะเราจะส่งของไปท่าเรือทางฝั่งซ้ายก็ได้ ทางฝั่งขวาก็ได้  ที่ดินในไทยบริเวณดังกล่าวก็น่าจะมีราคาสูงขึ้น</p>
<p>และที่พม่ายังมี โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือโครงการ “ทวาย” (ศูนย์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่,ท่าเรือขนาดใหญ่ ที่ปัจจุบัน Italian-Thai Development PLC ได้รับสัมปทานในการก่อสร้างแล้ว) ที่เส้นทางสอดคล้องกับ East West Economic Corridor โดยทวายจะกลายเป็นทางออกสู่ทะเลจุดใหม่ที่สำคัญมากต่ออาเซียน เพราะในอดีตทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียจำเป็นต้องใช้ท่าเรือของสิงคโปร์เท่านั้น ขณะเดียวกันโปรเจกต์ทวายนี้ยังเป็นต้นทางรับสินค้าจากฝั่งมหาสมุทรอินเดียหรือสินค้าที่มาจากฝั่งยุโรปและตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มพลังงานไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซ ซึ่งจะถูกนำเข้าและแปรรูปในโรงงานปิโตรเคมีภายในพื้นที่โปรเจกต์ทวาย เพื่อส่งผ่านไทยเข้าไปยังประเทศกลุ่มอินโดจีนเช่น ลาว กัมพูชา และไปสิ้นสุดปลายทางยังท่าเรือดานังประเทศเวียดนาม และจะถูกส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและจีน</p>
<p><span style="color: #339966;">ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่เราควรจะเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ ที่สำคัญตอนนี้คือ ภาษาอังกฤษ อย่างน้อยๆเราก็จะได้สื่อสารทางธุรกิจได้</span> เพราะหากสื่อสารไม่ได้ เรื่องอื่นก็คงไม่ต้องทำอะไรต่อ  และถ้าจะหาลูกค้าแค่ในไทยก็อาจไม่เพียงพอแล้วเพราะ ธุรกิจต่างชาติก็จะมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดของเราแน่นอน เรื่อง AEC จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ ที่ธุรกิจและคนไทยต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมให้ดี</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.thai-aec.com/41#ixzz2RZHUDATK">http://www.thai-aec.com</a></p>
<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1260">(Visited 223 times, 1 visits today)</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มารู้จัก &#8220;ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)&#8221; &#8230; ตอนที่ 1 AEC คืออะไร</title>
		<link>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81/</link>
		<comments>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Apr 2013 12:05:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Var</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bits.ac.th/?p=1248</guid>
		<description><![CDATA[AEC หรือ Asean Economics Community คือการรวมตัวของชาติใน Asean 10 ประเทศ โดยมี ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา บรูไน เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน จะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone นั่นเอง จะทำให้มีผลประโยชน์, อำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น และการนำเข้า ส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรี ยกเว้นสินค้าบางชนิดที่แต่ละประเทศอาจจะขอไว้ไม่ลดภาษีนำเข้า (เรียกว่าสินค้าอ่อนไหว) Asean จะรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและมีผลจริงๆจังๆ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ณ วันนั้นจะทำให้ภูมิภาคนี้เปลี่ยนไปอย่างมากอย่างที่คุณคิดไม่ถึงทีเดียว  &#8220;&#8230; ลองดูธงชาติสมาชิกอาเซียนที่ติดหน้าประตูวิทยาลัยดูนะคะ ว่าจำกันได้ไหมว่าเป็นธงประเทศไหนบ้างเอ่ย &#8230;&#8221; AEC Blueprint (แบบพิมพ์เขียว) หรือแนวทางที่จะให้ AEC เป็นไปคือ 1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน 2. การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง 3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน [...]<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1248">(Visited 1,426 times, 1 visits today)</div>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong style="font-size: 13px;">AEC</strong><span style="font-size: 13px;"> หรือ</span><strong style="font-size: 13px;"> Asean Economics Community</strong><span style="font-size: 13px;"> คือการรวมตัวของชาติใน Asean <span style="color: #339966;"><em>10 ประเทศ โดยมี ไทย พม่า ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา บรูไน</em></span> </span><span style="font-size: 13px;">เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน จะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone นั่นเอง จะ</span><span id="more-1248"></span><span style="font-size: 13px;">ทำให้มีผลประโยชน์, อำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น และการนำเข้า ส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรี ยกเว้นสินค้าบางชนิดที่แต่ละประเทศอาจจะขอไว้ไม่ลดภาษีนำเข้า (เรียกว่าสินค้าอ่อนไหว)</span></p>
<p>Asean จะรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและมีผลจริงๆจังๆ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 ณ วันนั้นจะทำให้ภูมิภาคนี้เปลี่ยนไปอย่างมากอย่างที่คุณคิดไม่ถึงทีเดียว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/04/AEC-ASEAN-Map-2.jpg" rel="lightbox[1248]" title="AEC-ASEAN Map 2"><img class="size-full wp-image-1256 aligncenter" alt="AEC-ASEAN Map 2" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/04/AEC-ASEAN-Map-2.jpg" width="450" height="320" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #99cc00;"><em> <span style="color: #0000ff;">&#8220;&#8230; ลองดูธงชาติสมาชิกอาเซียนที่ติดหน้าประตูวิทยาลัยดูนะคะ ว่าจำกันได้ไหมว่าเป็นธงประเทศไหนบ้างเอ่ย &#8230;&#8221;</span></em></span></p>
<p><strong>AEC Blueprint (แบบพิมพ์เขียว) หรือแนวทางที่จะให้ AEC เป็นไปคือ</strong></p>
<p><em id="__mceDel">1. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน<br />
2. การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง<br />
3. การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน<br />
4. การเป็นภูมิภาคที่มีการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก</em></p>
<p><strong>โดยให้แต่ละประเทศใน AEC ให้มีจุดเด่นต่างๆดังนี้</strong><br />
พม่า : สาขาเกษตรและประมง<br />
มาเลเซีย : สาขาผลิตภัณฑ์ยาง และสาขาสิ่งทอ<br />
อินโดนีเซีย : สาขาภาพยนต์และสาขาผลิตภัณฑ์ไม้<br />
ฟิลิปปินส์ : สาขาอิเล็กทรอนิกส์<br />
สิงคโปร์ : สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาสุขภาพ<br />
ไทย : สาขาการท่องเที่ยว และสาขาการบิน (ประเทศไทยอยู่ตรงกลาง ASEAN)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.thai-aec.com/41#ixzz2RZHUDATK">http://www.thai-aec.com</a></p>
<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1248">(Visited 1,426 times, 1 visits today)</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://bits.ac.th/cool-stories/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>108 วิธีประหยัดพลังงาน &#8230; อีกหนทางช่วยชาติของคนไทย (ตอนที่ 1)</title>
		<link>https://bits.ac.th/cool-stories/108-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81/</link>
		<comments>https://bits.ac.th/cool-stories/108-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Mar 2013 01:58:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin2</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bits.ac.th/?p=1189</guid>
		<description><![CDATA[หน้าร้อนเวียนมาอีกครั้ง สำหรับปี 2556 อากาศก็คงร้อนไม่ต่างจากหน้าร้อนปีอื่นๆ แต่ปีนี้พวกเราได้ยินข่าวเรื่องไฟฟ้าอาจไม่พอใช้กันเพราะประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้เราได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งของเดือนเมษายน ข่าวนี้ทำให้หลายคนตกใจ และหันมาตระหนักเรื่องพลังงานไฟฟ้า และพลังงานสำรองของประเทศมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่เราในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่งสามารถช่วยกันได้ คือ สร้างจิตสำนึกและฝึกฝนตัวเราเองในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ไมใช่ทำแค่วันเดียว หรือช่วงนี้ที่มีข่าวเท่านั้น แต่เราต้องประหยัดพลังงานให้เป็นนิสัย เพราะสถานการณ์เรื่องพลังงานเช่นนี้มีโอกาสจะเกิดอีกแน่ๆ ในภาวะที่โลกเรากำลังขาดแคลนทรัพยากรที่จะนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ ให้เราได้ใช้กัน ลองอ่านบทความข้างล่างกันดูนะครับว่า ชาวช่างอุตฯ จะเป็นนักอนุรักษ์พลังงาน กันได้อย่างไร &#8230; ง่ายๆ ไม่ยากเลยครับ &#8230; จากการเปิดเผยของ นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พบว่า ยอดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดิบ สำเร็จรูป และแอลพีจี) 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 55) อยู่ที่ 9.29 แสนบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นมูลค่า 1.096 ล้านล้านบาท คาดว่าทั้งปีน่าจะมีการนำเข้าคิดเป็นมูลค่าระดับ 1.1 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ใช้มากเกินความจำเป็น ขาดความเอาใจใส่ รอบคอบ ไม่ได้คิดก่อนใช้ ทำให้เกิดการรั่วไหล สูญเปล่าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงๆ [...]<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1189">(Visited 890 times, 1 visits today)</div>]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>หน้าร้อนเวียนมาอีกครั้ง สำหรับปี 2556 อากาศก็คงร้อนไม่ต่างจากหน้าร้อนปีอื่นๆ แต่ปีนี้พวกเราได้ยินข่าวเรื่องไฟฟ้าอาจไม่พอใช้กันเพราะประเทศเพื่อนบ้านไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้เราได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่งของเดือนเมษายน ข่าวนี้ทำให้หลายคนตกใจ และหันมาตระหนักเรื่องพลังงานไฟฟ้า และพลังงานสำรองของประเทศมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่เราในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่งสามารถช่วยกันได้ คือ สร้างจิตสำนึกและฝึกฝนตัวเราเองในเรื่องของการประหยัดพลังงาน<span id="more-1189"></span> ไมใช่ทำแค่วันเดียว หรือช่วงนี้ที่มีข่าวเท่านั้น แต่เราต้องประหยัดพลังงานให้เป็นนิสัย เพราะสถานการณ์เรื่องพลังงานเช่นนี้มีโอกาสจะเกิดอีกแน่ๆ ในภาวะที่โลกเรากำลังขาดแคลนทรัพยากรที่จะนำมาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ ให้เราได้ใช้กัน ลองอ่านบทความข้างล่างกันดูนะครับว่า ชาวช่างอุตฯ จะเป็นนักอนุรักษ์พลังงาน กันได้อย่างไร &#8230; ง่ายๆ ไม่ยากเลยครับ &#8230;</p>
<p><span style="font-size: 13px;">จากการเปิดเผยของ นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน พบว่า ยอดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดิบ สำเร็จรูป และแอลพีจี) 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 55) อยู่ที่ 9.29 แสนบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นมูลค่า 1.096 ล้านล้านบาท คาดว่าทั้งปีน่าจะมีการนำเข้าคิดเป็นมูลค่าระดับ 1.1 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ใช้มากเกินความจำเป็น ขาดความเอาใจใส่ รอบคอบ ไม่ได้คิดก่อนใช้ ทำให้เกิดการรั่วไหล สูญเปล่าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงๆ แล้ว <span style="color: #339966;">หากเรารอบคอบกันสักนิดคิดก่อนใช้ เราจะประหยัดพลังงานลงได้อีกอย่างน้อยก็ร้อยละ 10 นั่นหมายถึง การประหยัดเงินที่ต้องใช้จ่ายออกไปนอกประเทศ ถึงแสนล้านบาททีเดียว</span></span></p>
<p>ส่วนปี 2556 ภาพรวมการใช้น้ำมันจะยังคงขยายตัว 4-5 % จากปี 2555 โดยคาดว่าการขยายตัวจะสูงมาอยู่ระดับ 1.8-2 แสนตันต่อเดือนเนื่องจากการใช้ในประเทศจะขยายตัวเพิ่มขึ้น</p>
<p>108 วิธีประหยัดพลังงานที่ท่านอ่านอยู่นี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นคู่มือ ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยได้เข้าใจถึงการใช้พลังงานอย่างถูกต้อง ไม่เกิดการสูญเสีย ไม่ใช้มากเกินความจำเป็น การลดการใช้พลังงานของพวกเราทุกคน ย่อมหมายถึงการมีส่วนได้ช่วยชาติ โดยที่เราแทบไม่ต้องออกแรง หรือ ทรัพย์สินเงินทองอื่นใด เพียงความใส่ใจและความตั้งใจจริงที่จะลดการใช้พลังงานส่วนเกินให้หมดไปเท่านั้น</p>
<p>การรณรงค์ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้โครงการรวมพลัง หาร 2 โดยใช้แนวความคิดของการประหยัด 1 คัน 1 ดวง และ 1 แก้ว ซึ่งมีรายละเอียดของแนวความคิดนี้</p>
<p><a href="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/03/icon-car-3.jpg" rel="lightbox[1189]" title="icon car 3"><img class="alignnone size-full wp-image-1219" alt="icon car 3" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/03/icon-car-3.jpg" width="106" height="43" /></a><b>     <span style="color: #ff0000;">1 คัน</span></b></p>
<p>เมื่อปลายปี 2540 ประเทศไทย มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ทั้งหมด 2.1 ล้านคัน</p>
<p>รถยนต์แต่ละคัน ใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 100 บาท</p>
<p>ถ้ารถทุกคันงดการใช้รถยนต์เหล่านี้สัปดาห์ละ 1 วัน จะสามารถประหยัดค่าน้ำมันได้</p>
<p>= 2.1 ล้านคัน x 100 บาท</p>
<p>= 210 ล้านบาท/สัปดาห์</p>
<p>= ประหยัดเงิน 10,920 ล้านบาท/ปี (210 ล้านบาท x 52 สัปดาห์)</p>
<p>แต่ในช่วง 10 ปีนี้ประเทศไทยมีจำนวนรถยนต์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีละ 240,000 คัน ซึ่งไม่น้อยเลย จากข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 2555 ระบุว่า แค่เพียงกรุงเทพมหานครก็มีรถจดทะเบียนสะสมถึง 7,000,000 คัน และในระหว่างปี 2555 -2556 คาดว่าเราจะมีรถยนต์ออกใหม่มากกว่า 800,000 คัน ลองคิดกันเล่นๆ ดูว่าเราจะใช้เชื้อเพลิงกันมากมายขนาดไหน และถ้าเราช่วยกันประหยัด เราจะประหยัดได้เท่าใด</p>
<p><a href="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/03/icon-light-bulb.jpg" rel="lightbox[1189]" title="icon light bulb"><img class="alignnone size-full wp-image-1220" alt="icon light bulb" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/03/icon-light-bulb.jpg" width="56" height="79" /></a><b>     <span style="color: #ff0000;">1 ดวง</span></b></p>
<p>ประเทศไทยมีครัวเรือนรวมประมาณ 12 ล้านครัวเรือน หากแต่ละครอบครัวช่วยกันปิดไฟ 1 ดวง (หลอดไส้ 60 วัตต์) เป็นเวลา 1 วัน</p>
<p>เราจะประหยัดไฟได้ 4 ล้าน กิโลวัตต์-ชั่วโมง/วัน ( = 60 วัตต์ x 6 ชม* x 12 ล้านครัวเรือน)</p>
<p>ค่าผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 1 หน่วย (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) คือ 2.2 บาท (รวมค่าพลังงานที่ใช้ และการก่อสร้างโรงไฟฟ้า)</p>
<p>การประหยัดไฟ 4 ล้านหน่วย/วัน จึงคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 8.8 ล้านบาท/วัน</p>
<p>หรือ 3,212 ล้านบาทต่อปี ( = 8.8 ล้านบาท x วัน)</p>
<p>* ครอบครัวหนึ่งเปิดหลอดไส้ ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน</p>
<p><em id="__mceDel" style="font-size: 1.5em;"><b> <a href="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/03/icon-glass.jpg" rel="lightbox[1189]" title="icon glass"><img class="alignnone size-medium wp-image-1221" alt="icon glass" src="http://bits.ac.th/wordpress/wp-content/uploads/2013/03/icon-glass.jpg" width="48" height="56" /></a>     </b></em><b><span style="color: #ff0000;">1 แก้ว</span></b></p>
<p>การลดการใช้น้ำคนละ 1 แก้ว/วัน ประเทศไทยจะสามารถประหยัดน้ำได้ 30,000 ตัน/วัน</p>
<p>= (0.5 ลิตร x 60 ล้านคน) หรือเท่ากับน้ำ 11,000 ล้านลิตร/ปี</p>
<p>เนื่องจากต้นทุนการผลิตน้ำประปาคือ 8.60* บาท/ลูกบาศก์เมตร (หรือ 8.60 บาท/1,000 ลิตร)</p>
<p>การลดการใช้น้ำ 1 แก้วทุกวัน จะประหยัดเงินได้ 94.6 ล้านบาท/ปี ( = 11 ล้านตัน x 8.6 บาท/หน่วย)</p>
<p>กรณีนี้เราไม่ได้บอกว่าให้ดื่มน้ำน้อยลงคนละ 1 แก้ว แต่เราหมายความว่าให้ลดปริมาณการใช้น้ำอย่างน้อยวันละ 1 แก้วต่อวัน เช่น ไม่เปิดน้ำให้ไหลจากก็อกโดยสูญเปล่าในขณะฟอกสบู่ล้างมือ ล้างหน้า หรือแปรงฟ้น ก็ช่วยประหยัดน้ำไปได้ปริมาณมากกว่า 1 แก้วแล้ว เป็นต้น</p>
<p>* ข้อมูลจาก กองเผยแพร่ การประปานครหลวง</p>
<p>สูตรง่ายๆ อย่างนี้ หากพวกเราคนไทยทุกคนร่วมมือกัน เราจะช่วยชาติประหยัดเงินทองที่จะต้องใช้ซื้อหาพลังงานได้มหาศาล</p>
<p>เริ่มต้นปฏิบัติสูตรง่ายๆ ข้างต้นตั้งแต่วันนี้แล้วปฏิบัติให้เป็นนิสัยตลอดไป เพื่อเก็บรักษาพลังงานที่เหลือน้อยเอาไว้ใช้นานๆ และเพื่อลดภาระของประเทศชาติในการจัดหาพลังงานมาให้พวกเราใช้กัน</p>
<p>นอกจากสูตรง่ายๆ ข้างต้นแล้ว สำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ขอมอบ108 วิธีการประหยัดพลังงานที่คนไทยทุกคนสามารถที่จะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ได้โดยไม่ยากลำบากอะไร (&#8230;โปรดติดตาม ตอนที่ 2 วิธีประหยัดน้ำมัน ในเร็วๆ นี้&#8230;)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรียบเรียงเพิ่มเติม และคัดย่อมาจาก http://www.eppo.go.th/encon/encon-108-T.html</p>
<p>ที่มา:  สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="tptn_counter" id="tptn_counter_1189">(Visited 890 times, 1 visits today)</div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://bits.ac.th/cool-stories/108-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
